ฆ่าตัวตายหลังจากถูกกักตัว หลังจากเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ

              เมื่อวันที่ 27 เดือนสิงหาคมปีพ. ศ. 2563  ได้มีเรื่องราวเกิดขึ้นที่โรงแรมจอมเทียนปาล์มบีชพัทยา  จังหวัดชลบุรีชื่อโรงแรมดังกล่าวนั้นเป็นโรงแรมที่ทางรัฐบาลได้มีการประสานงานเอาไว้สำหรับให้กลุ่มที่เดินทางมาจากต่างประเทศต้องมาพักตัวรอดูอาการว่ามีการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าหรือไม่ซึ่งการกลับตัวนั้นจะใช้ระยะเวลา 14 วัน

โดยทุกคนที่ผ่านการตรวจที่สนามบินสุวรรณภูมิเรียบร้อยแล้วก็จะถูกส่งตัวมาพักที่โรงแรมแห่งนี้เพื่อรอดูอาการและตรวจหาเชื้อไวรัสก่อนซึ่งปกติแล้วขั้นตอนนี้เวลาที่มีคนเดินทางต่างประเทศกลับมาไทย

ก็จะทำตามขั้นตอนนี้โดยจะมีเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขค่อยเข้าไปดูแลรวมถึงดูแลเรื่องของอาหารการกินจนกว่าจะครบ 14 วันหลังจากนั้นถ้าไม่มีอาการป่วยก็จะถูกส่งตัวกลับภูมิลำเนากลับไปอยู่กับคนในครอบครัวได้เหมือนเดิมอย่างไร

ก็ตามเมื่อวันที่ 26 เดือนสิงหาคมปีพ. ศ. 2563 ว่าเจ้าหน้าที่ของโรงแรมได้มีการแจ้งกับหน่วยงานของรัฐบาลว่ามี ว่าเจ้าหน้าที่ของโรงแรมได้มีการแจ้งกับหน่วยงานของรัฐบาลว่ามีแรงงานได้คน มีชายคนหนึ่งวัย 39 ปีซึ่งเขาเพิ่งเข้าพักในโรงแรมแห่งนี้เมื่อวันที่ 25 เดือนสิงหาคมปีพ. ศ. 2563

ที่ผ่านมาซึ่งเขาเดินทางกลับมาจากประเทศอิสราเอลเนื่องจากว่าเดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศและเพิ่งกลับมาช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโคโรน่าหลังจากนั้นถูกส่งตัวมาที่โรงแรมจอมเทียนปาล์มบีชพัทยาแห่งนี้ ซึ่งเมื่อเดินทางมาถึงดำเนินตามขั้นตอนที่รัฐบาล

และกระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้เกี่ยวกับเรื่องของการตรวจร่างกายหลังจากนั้นก็เข้าพักในห้องพักแต่พอรุ่งเช้าเมื่อเจ้าหน้าที่ไปเรียกเพื่อมาทำการตรวจร่างกายปรากฏว่าชายดังกล่าวได้มีการฆ่าตัวตายภายในห้องพักเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ซึ่งห้องพักที่ชายคนดังกล่าวฆ่าตัวตายนั้นอยู่ห้องเลขที่ 1274   อย่างไรก็ตามแต่ยังไม่มีใครทราบสาเหตุการเสียชีวิตว่าชายคนดังกล่าวนั้นก่อเหตุฆ่าตัวตายเนื่องจากสาเหตุอะไรขณะนี้ทางด้านเจ้าหน้าที่ได้มีการส่งร่างชายวัย 39 ปีคนดังกล่าวไปทำการตรวจชันสูตรพลิกศพที่โรงพยาบาลเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตและจะได้แจ้งประสานงานไปทางญาติผู้เสียชีวิต

ให้รับทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นและมารับศพชายคนดังกล่าวเบื้องต้นจากการตรวจสอบข้อมูลนั้นชายที่ฆ่าตัวตายขณะที่มีการกักตัวนั้นชื่อว่านายพล  พรมงาม และเรื่องครั้งนี้ได้มีการแจ้งไปยังนายกรัฐมนตรีเป็นที่เรียบร้อยแล้วซึ่งทางด้านนายกเองก็ออกมาแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซึ่งต้องรอเจ้าหน้าที่ตำรวจหาสาเหตุกับการฆ่าตัวตายในครั้งนี้ต่อไป 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย    แทงหวยฮานอย

มนุษย์ป้าปี่เข้าไปตบเด็กนักเรียนเหตุไม่พอใจเด็กไม่ยอมยืนเคารพธงชาติ

      เมื่อวันที่ 27 เดือนตุลาคมปีพ. ศ. 2563    ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ทั้ง Twitter และ Facebook เกี่ยวกับภาพความรุนแรงภาพหนึ่งซึ่งมีการถ่ายเอาไว้ได้ระบุว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาตรงบริเวณสถานีรถไฟ

ซึ่งเหตุการณ์ความรุนแรงนี้ในคลิปจะเห็นว่ามีหญิงวัยกลางคนเดินปรี่เข้าไปตบเด็กนักเรียนผู้หญิงคนหนึ่งขณะที่นั่งอยู่บริเวณริมทางรถไฟอีกทั้งยังมีการด่าทอเด็กนักเรียนเกี่ยวกับการที่เด็กนักเรียนคนดังกล่าวนั้นไม่ยืนเคารพธงชาติในช่วงเวลา 18:00 น

      จากภาพความรุนแรงที่เกิดขึ้นทำให้มีกระแสต่อต้านของคนในสังคมเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในกลุ่มของเด็กนักเรียนที่มาเรียกร้องว่าหญิงวัยกลางคนคนดังกล่าวนั้นไม่มีสิทธิ์ทำอะไรเด็กนักเรียนด้วยการตบคนอื่นเขายังเรียกร้องให้เด็กนักเรียนคนดังกล่าวนั้นไปแจ้งความดำเนินคดีหญิงเสื้อแดงมือตกอีกด้วย

         ล่าสุดได้มีส.ส. พรรคก้าวไกล ชื่อคุณวิโรจน์ได้ออกมาประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เร่งดำเนินคดีกรณีเด็กนักเรียนหญิงถูกทำร้ายร่างกายเหตุเพราะไม่ยืนเคารพธงชาติเนื่องจากตามหลักแล้วการยืนเคารพธงชาตินั้นเป็นสิทธิส่วนบุคคล

ซึ่งสามารถจะยืนเคารพธงชาติก็ได้หรือถ้าใครจะไม่ยืนเคารพธงชาติก็ไม่สามารถที่จะไปเอาผิดบุคคลดังกล่าวนั้นได้อีกทั้งการที่หญิงเสื้อแดงเดินมาทำร้ายผู้อื่นโดยที่เขาไม่ได้ทำความผิดใดๆจึงสมควรที่จะถูกดำเนินคดี

         และในขณะนี้เด็กนักเรียนหญิงคนดังกล่าวมีทั้งคุณครูและผู้ปกครองพาไปแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดกับหญิงเสื้อแดงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  พร้อมทั้งบอกด้วยว่าสาเหตุที่ตนเองไม่ได้ยืนเคารพธงชาตินั้นก็เพราะว่าในตอนนั้นตนเองมีประจำเดือนและปวดท้องอย่างรุนแรงจึงได้นั่งพักด้วย

เพื่อนที่มาด้วยทุกคนต่างก็ยืนเคารพธงชาติทั้งหมดซึ่งก่อนที่ยิงเสื้อแดงจะตบกันเองนั้นได้เดินมาต่อว่า  ซึ่งเด็กนักเรียนหญิงยืนยันว่า ก่อนที่หญิงเสื้อแดงจะตกนั้นเธอได้มีการอธิบายเหตุผลให้ฟังแล้วว่าที่เธอไม่ยืนเคารพธงชาตินั้นเพราะเธอปวดท้องแต่หญิงเสื้อแดงไม่ฟังและไม่ยอมเชื่อหลังจากนั้นก็ตกหน้าเธอทันทีและเป็นอย่างในคลิปที่ได้เห็นกันในโลกออนไลน์นั่นเอง

        และจากเหตุการณ์ในครั้งนี้เองทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกหญิงเสื้อแดงมนุษย์ป้ามือตกมาสอบสวนที่สถานีตำรวจเป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยเธอได้ยกมือไหว้ขอโทษผ่านทางสื่อมวลชนโดยระบุว่าเธอนั้นเห็นเด็กนักเรียนหญิงไม่ยืนตรงเคารพธงชาติทำให้เธอนั้น

ไม่พอใจเนื่องจากว่าเธอรักพระมหากษัตริย์จึงได้ขาดสติและลงมือทำร้ายร่างกายเด็กซึ่งเธอนั้นรู้สึกผิดและต่อไปนี้เธอสัญญาว่าเธอจะไม่ไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของคนอื่นอีกแล้วแต่อย่างไรก็ตามทางด้านการดำเนินคดีก็ยังคงมีการดำเนินคดีต่อไป

 

สนับสนุนโดย  รวมเว็บหวยออนไลน์

เด็กถูกผลักและสาดน้ำใส่สาเหตุเพราะไปจับรถของชาวบ้าน 

        เมื่อวันที่ 21 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2563 ได้มีชายหนุ่มคนหนึ่งมีการโพสต์ Facebook บอกเล่าเรื่องราวถึงเรื่องที่ตนเองและลูกสาวได้เจอมาในช่วงที่ไปหาหมอที่คลินิกเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช

ซึ่งเขาเล่าเหตุการณ์ว่าเขาได้พาลูกสาวไปหาหมอที่คลินิกแต่ระหว่างที่รอคิวกันอยู่นั้นลูกสาวแล้วก็ภรรยาของเขาออกมานั่งรอคิวอยู่ที่ด้านหน้าของคลินิกตรงม้าหินอ่อนซึ่งตรงนั้นมีรถเก๋งสีดำจอดอยู่ 1 คันด้วยความซุกซนของเด็กลูกสาวของเขาจึงเอามือไปจับที่รถเก๋งคันสีดำ

ดังกล่าวหลังจากนั้นไม่นานก็มีผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งมาที่ลูกสาวของเขาและถักลูกสาวของเขาล้มลงหลังจากที่เด็กล้มลงแล้วมีสาวคนดังกล่าวยังไปเอาน้ำมาสาดใส่ทำให้ถูกลูกของเขาด้วยซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับเขาเป็นอย่างมากก็ถือว่าผู้หญิงที่เป็นเจ้าของรถนั้น

ทำเกินกว่าเหตุจริงๆก็คิดว่าผู้หญิงคนนั้นอาจจะกลัวคิดว่าลูกของเขาอาจจะมีการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าก็ได้แต่การทำเช่นนี้ถือว่าเป็นการทำที่เกินไปมากๆเลยเขาระบุใน Facebook ส่วนตัวว่าโมโหจนลืมพาลูกหาหมอเลยทีเดียวสรุปวันนั้นไปรอคิวแต่ก็ไม่ได้ไปหาหมอหลังจากที่มีการแชร์พอดีออกมาก็ได้มีชาวโซเชียลมาวิพากษ์วิจารณ์กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ครั้งนี้เป็นอย่างมากซึ่งหลายคนมองว่าผู้หญิงเจ้าของรถนั้นทำเกินกว่าเหตุไปจริงๆถึงแม้ตัวเองอาจจะกลัวเรื่องของการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าแต่ก็ไม่ควรทำบุญแรงกับเด็กมากขนาดนั้นที่สำคัญการที่เอาน้ำมาสาดใสถือว่าเป็นการดูถูกคนอื่นเป็นอย่างมาก

      ในช่วงที่ไวรัสมีการระบาดนั้นจะทำให้เราเห็นความเป็นตัวตนของคนอื่นมากขึ้นบางคนแสดงออกนิด้าดีแต่บางคนหรือแม้แต่หลายคนก็แสดงออกในด้านของความเห็นแก่ตัวหญิงที่หญิงสาวเจ้าของรถมีการกระทำอยู่เพียงเพราะแค่เด็กไปจากรถเท่านั้นที่จริงถ้าหากกลัวว่าจะติดเชื้อไวรัสเวลาที่เราจับรถแล้ว

ก็หาแอลกอฮอล์มาเช็ดบริเวณงั้นเสียก่อนหรือเราอาจจะล้างแอลกอฮอล์ที่มือก่อนที่จะมีการจับรถเราก็จะไม่ติดเชื้อแล้วหลังจากนั้นเราก็นำรถไปล้างและควรบอกเด็กดีว่าไม่ให้จับรถไม่ควรมากระชากพร้อมทั้งเอาน้ำมาราดใส่เพราะมันเป็นสิ่งที่ทำให้คนอื่นรู้สึกว่าพวกเขานั้นแตกต่างและต่ำต้อยมากแค่ไหน

 

สนับสนุนโดย    หาเงินจากหวยหุ้น