วิธีใช้เครื่องช่วยฟังแบบใส่ในรูหู 

เครื่องช่วยฟังแบบใส่ในรูปหู ถือเป็นเครื่องช่วยฟังที่มีขนาดเล็กมากที่สุดในบรรดาประเภทที่มี เนื่องจากต้องใส่เข้าไปที่ในช่องหู จึงจำเป็นต้องหล่อรูหูให้เข้ากับตัวเองเพื่อให้พอดีกับขนาดช่องหูจริงๆ บางที่ทำเนียนมากขนาดที่ว่าสียังใกล้เคียงกับผิวจริงๆ ซึ่งอาจจะมีราคาแพงกว่ารุ่นอื่น แต่ก็เหมาะกับคนที่ต้องการความคล่องแคล่ว และรักษาภาพลักษณ์ 

หลังจากที่แพทย์ได้วินิจฉัยแล้วว่าคุณจำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยฟัง และวิเคราะห์แล้วว่าไลฟ์สไตล์ของตัวเองเหมาะกับการใช้เครื่องช่วยฟังขนาดเล็ก เนื่องจากจำเป็นต้องพบเจอผู้คนเยอะ และภาพลักษณ์มีผลต่ออาชีพการงาน เครื่องช่วยฟังประเภทนี้จึงเหมาะที่สุด

ซึ่งถ้าไม่ซื้อที่โรงพยาบาลก็สามารถร้านทั่วไปข้างนอกได้ แต่ควรตรวจเช็กให้ดีว่าร้านมีความน่าเชื่อถือแค่ไหน และมีประกันสินค้าหรือไม่ ถ้ามีหน้าร้านและผู้เชี่ยวชาญประจำร้าน จะช่วยให้เครื่องช่วยฟังรุ่นนี้มีขนาดที่พอดีกับช่องหูเรามากที่สุด 

สำหรับเครื่องช่วยฟังชนิดใส่ในรูหู มีขนาดเล็กมาก และสีเนียนเป็นเนื้อเดียวกับผิวของเรา มีปุ่มเปิดปิดขนาดเล็กมากๆ แต่จะมีข้อได้เปรียบคือรุ่นนี้จะสามารถได้ยินเสียงชัดกว่า เพราะสามารถสวมเข้าไปได้ลึกใกล้รูหูมากที่สุดกว่ารุ่นอื่นๆ แต่อาจจะต้องระวังเรื่องหลังใช้งานกันนิด

เพราะด้วยขนาดที่เล็กมากจึงทำให้บางครั้งผู้สวมใส่อาจมีหลงลืมวางทิ้งไว้ หรือทำหล่นหายได้ จึงจำเป็นต้องมีกล่องสำหรับเก็บ  เครื่องช่วยฟัง  นี้ให้เป็นที่เป็นทาง และส่วนใหญ่จะใช้วิธีการใส่ถ่าน จึงต้องคำนวณให้แม่นว่าระยะไหนจึงควรเปลี่ยนถ่านได้ 

อายุการใช้งานของเครื่องช่วยฟังประเภทนี้ ส่วนใหญ่อยู่ที่ 3 ปีขึ้นไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละคน ราคามีตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่น แตกต่างกันไปตามแต่วัสดุที่ใช้ ซึ่งแน่นอนว่าราคาแพงกว่าย่อมใช้ของที่ดีกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าของราคาถูกกว่าจะใช้งานไม่ได้ เพียงแต่อาจจะมีอายุการใช้งานไม่คงทนเท่า 

นอกจากนี้เวลาที่จะตัดสินใจซื้อเครื่องช่วยฟังไม่ว่าจะรุ่นอะไรก็แล้วแต่ เอาที่ตัวเองสะดวกเป็นหลักก็จริง แต่อยากให้คำนึงถึงความเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองด้วย เช่น เครื่องช่วยฟังรุ่นใส่ในรูหู มีขนาดเล็กมากจึงไม่เหมาะกับคนสูงอายุ เพราะอาจทำหล่นหายได้ ส่วนราคาจะถูกจะแพงก็ขึ้นอยู่กับว่ามีงบเท่าไหร่ ถ้าไม่เดือดร้อนมากลงทุนกับมันหน่อยก็ดี เพราะของแบบนี้ต้องใช้ทุกวัน และช่วยให้เราใช้ชีวิตได้สะดวกมากขึ้น จึงจำเป็นต้องเลือกให้ดี มีประสิทธิภาพหน่อย จะได้ไม่ต้องซื้อบ่อยๆ บางครั้งยอมจ่ายแพงหน่อยแต่ใช้ได้นานก็อาจดีกว่า 

วิธีการวัดการได้ยินของหู

การตรวจวัดสมรรถภาพของหูชั้นกลางนั้นเป็นสิ่งจำเป็นที่เราจะต้องตรวจเพราะถ้าหากเกิดโรคที่เกี่ยวกับหูที่ผิดปกติ หรือเกี่ยวกับโรคหูอื่นๆ เช่นโรคหูน้ำหนวง หูตึง หูอักสับชั้นนอก

หูอักเสบชั้นใน น้ำในหูไม่เท่ากัน แก้วหูอักเสบ มีน้ำหนองในหู เราจะได้ทำการรักษาได้ทันท่วงทีและการตรวจดูคลื่นของเส้นประสาทการได้ยินนั้นก็สำคัญเช่นกัน และส่วนที่เป็นก้านสมองในผู้ป่วยที่สงสัยว่ามีความผิดปกติของเส้นประสาทและส่วนการได้ยินก็สำคัญเช่นกัน แต่ถ้ายังหาสาเหตุไม่พบ หรือในผู้ป่วยที่แพทย์สงสัยจะมีเนื้องอก อาจต้องตรวจเอ็กซเรย์สนามแม่เหล็ก

เพื่อดูว่ามีสิ่งที่จะเป็นนั้นสาเหตุของโรคมีส่วนเกี่ยวกับความผิดปกติของหูหรือไม่ เพราะถ้าหากหาความผิดปกติทางหูได้เร็วได้ก็จะดีต่อผู้ป่วย เพราะจะได้ทำการรักษาได้เร็วและทำให้การรักษาหูได้ผลมากขึ้น นอกจากนั้นการดูแลตัวเองก็เป็นเรื่องที่สำคัญเพราะโรคผิดปกติทางหูก็อาจจะมาจากโรคทั่วไป เช่นโรคไข้หวัดใหญ่ ต้อมทอมชินอักเสบ โรคไมเกรน 

ฉะนั้นการป้องกันไม่ให้ตัวเองเป็นโรคเหล่านั้นก็จะเป็นการดีที่จะหลีกเลี่ยงการเกิดโรคหูผิดปกติได้ หรือ โรคอื่นๆที่เกี่ยวกับหู เช่น โรคหูน้ำหนวก โรคหูชั้นในอักเสบ โรคหูชั้นนอกอักเสบ โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน โรคหูดับ โรคหูมีน้ำหนอง โรคแก้วหูอักเสบ โรคแก้วหูแตก จะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะเป็นโรคเกี่ยวกับอะไรก็สามารถมีอาการเกี่ยวกับหูแทรกได้

เพราะฉะนั้นการการหลีกเลี่ยงจากสิ่งที่จะทำให้เกิดโรคหูแล้วนั้น ก็ควรจะหลีกเลี่ยงไม่ให้ต้นเกิดโรคอื่นๆด้วยเช่นกัน ฉะนั้นตัวท่านเองต้องรักษาสุขภาพตนเองให้แข็งแรงอยู่เสมอและหลีกเลี่ยงภาวะที่จะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆไม่ใช่แค่โรคที่เกี่ยวกับหูเท่านั้น ความเสี่ยงที่เกี่ยวกับหูที่ควรหลีกเลี่ยงก็คือ การใส่หูฟังเป็นเวลานาน การาตัวเองไปอยู่ในสถานที่ ที่เสียงดังเป็นเวลานาน การแคะหูก็เป็นอีกความเสี่ยงที่ควรหลีเลี่ยง

เพราะถ้าหากแคะหูบ่อยๆเป็นเวลานานก็จะทำให้เกิดอาการหูอักเสบได้ซึ่งถ้าหากเกิดอาการหูอักเสบแล้วนั้นก็จะทำให้เกิดโรคที่เกี่ยวกับหูได้ง่ายมากขึ้นซึ่งโรคที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับโรคหูอักเสบนั้นก็คือโรคหูน้ำ

หนวง ลักษณะของโรคหูน้ำหนวง คือ จะมีน้ำหนองขังอยู่ในหูและจะมีอาการเจ็บหูมากต้องไปพบหมอเพื่อให้หมอเอาน้ำหนองที่ขังในหูออกถึงจะหายเจ็บและเวลาในการรักษาน้ำหนองในหูนั้นต้องใช้เวลาในการเอาน้ำหนองออกประมาณสองถึงสามครั้ง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เครื่องช่วยฟัง